เรียนในคลาส หรือ เรียนออนไลน์ แบบไหนที่เหมาะกับเรา


การเรียนไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม ต่างก็มีข้อดีและความท้าทายที่ต่างกัน คุณต้องหาให้เจอว่าการเรียนแบบไหนเหมาะสมกับคุณมากที่สุด

คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสการเรียนออนไลน์ในขณะนี้กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นเพราะเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยเอื้อประโยชน์ให้การเรียนแบบออนไลน์สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว 

อีกทั้งมีข้อมูลให้เลือกเรียนได้อย่างหลากหลาย เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถวัดผลการเรียนได้ แถมบางสถาบันยังมีใบรับรองการเรียนให้เมื่อจบการศีกษา 

สำหรับบางคนที่ทำงานไปด้วย อยากพัฒนาตัวเองหรือเพิ่มทักษะให้กับตัวเอง ก็สามารถรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและการเรียนได้ หากมีการจัดสรรเวลาที่ดีพอ

แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถจะบอกได้ว่าการเรียนในคลาสหรือเรียนในห้องเรียนนั้นด้อยกว่า เพียงแต่ก่อนจะตัดสินใจว่าการเรียนแบบไหนที่เหมาะกับเรา  สิ่งที่สำคัญคือเราต้องรู้ข้อดี ข้อด้อยในตัวของเราเองประกอบกับการพิจารณาในการเลือกเรียนแต่ละแบบด้วยเช่นกัน


เกณฑ์การพิจารณาก่อนตัดสินใจเรียนแบบไหนที่เหมาะกับเรา


  • ความยืดหยุ่น

เรื่องความยืดหยุ่นของเวลาในการเข้าเรียนนี้ ถือเป็นปัจจัยหลักที่ผู้เรียนต้องพิจารณาในอันดับต้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ทำงาน หรือมีครอบครัวแล้ว 

การเรียนแบบออนไลน์อาจจะเหมาะกับคุณมากกว่า เพราะคุณสามารถเข้าเรียนในช่วงเวลาที่คุณว่างเว้นจากภารกิจหลักหรือการทำงานแล้ว โดยปราศจากกฏเกณฑ์ ข้อบังคับใดๆ ในการต้องเข้าห้องเรียนตามกำหนดเวลา

ในทางกลับกัน การเรียนในคลาส อาจจะเหมาะกับผู้เรียนที่มีเวลาว่าง ไม่ได้ทำงานประจำ สามารถจัดสรรเวลาเพื่อมาเรียนในห้องเรียนได้ หรือสำหรับบางคอร์สก็จะมีการเรียนในช่วงภาคค่ำ หลังเลิกงานแล้วเป็นต้น แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงการเข้าเรียนหลังเลิกงาน คือ ระยะทาง การจราจรในการเดินทางไปเรียนด้วยเช่นกัน


  • ค่าเรียน

คอร์สออนไลน์ หรือโปรแกรมการเรียนออนไลน์ส่วนใหญ่มักจะมีราคาถูกกว่า ซึ่งก็หมายความว่าการเรียนคอร์สออนไลน์ช่วยให้คุณประหยัดค่าธรรมเนียมการเข้าศึกษา ค่าเดินทาง ในขณะที่การเรียนในคลาสอาจจะมีราคาสูงกว่า แต่ก็เป็นโปรแกรมการเรียนที่เรียกได้ว่าจับต้องได้มากกว่า และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้บริการด้วย เช่น ห้องสมุด ห้องประชุม เป็นต้น


  • วิธีการเรียน, เครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียน-การสอน

การเรียนภาคทฤษฎีในคอร์สออนไลน์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็น แต่สำหรับการเรียนภาคปฏิบัตินับว่าเป็นเรื่องท้าทายมาก 

การเรียนในห้องเรียนจะให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง มักจะมีอุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวก รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆรองรับ หรือบางรายวิชาที่ต้องมีอุปกรณ์ หรือเครื่องมือพิเศษ ที่มีราคาแพง ซึ่งการเรียนออนไลน์อาจจะยังตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ไม่มากนัก


  • วินัย

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก การเลือกว่าจะเรียนรูปแบบไหนต้องดูจากประสิทธิภาพโดยรวมของผู้เรียน การเรียนออนไลน์จะส่งผลดีกับผู้เรียนที่มีแรงจูงใจที่ต้องการความรู้ มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง  และสามารถจัดลำดับความสำคัญเป็น รวมถึงมีการจัดสรรเวลาที่ดี ถ้าไม่มีการวางแผนหรือบริหารจัดการที่เหมาะสม ผู้เรียนที่เรียนออนไลน์อาจจะประสบความล้มเหลวได้ 

ส่วนการเรียนในคลาสเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการให้ระเบียบกฏเกณฑ์มาช่วยควบคุมให้ตนเองสามารถเข้าเรียนจนจบคอร์ส หรือเพื่อให้งานสำเร็จ โดยอาจจะมีเรื่องโครงสร้างของคอร์สเรียน , To-Do Lists หรือการวัดผลที่เหมาะสม จะเป็นตัวสนับสนุน คอยกระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถทำภารกิจให้ประสบผลสำเร็จหรือส่งการบ้านได้ตรงตามเวลา 


สรุป

ไม่ว่าจะเป็นการเรียนแบบไหน พื้นฐานสำคัญของการเรียนคือ การมีวินัยการเข้าเรียนสม่ำเสมอบวกกับความมุ่งมั่น และขยันหมั่นเพียร ความสำเร็จในการเรียนไม่ว่าในคอร์สหรือโปรแกรมใดๆ ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

เขียนโดย

ทีมงาน UpSkill